Senua’s Saga: Hellblade II กับการเล่าเรื่องความบ้าคลั่งแบบไร้ทางหนี
Senua’s Saga: Hellblade II กับการเล่าเรื่องความบ้าคลั่งแบบไร้ทางหนี ไม่ใช่แค่ชื่อหัวข้อที่ฟังดูดาร์ก แต่มันคือหัวใจของเกมทั้งเรื่องแบบไม่อ้อมค้อม ตั้งแต่วินาทีแรกที่ผู้เล่นก้าวเข้าไปในโลกของ Senua เกมก็เหมือนปิดประตูทุกบานแล้วบอกตรง ๆ ว่า “ไม่มีทางลัด ไม่มีที่พัก และไม่มีทางหนี” สิ่งเดียวที่คุณทำได้คือเดินต่อไปพร้อมกับจิตใจที่กำลังสั่นคลอนของตัวละครหลัก 🖤 Hellblade II ไม่ได้พยายามเล่าเรื่องให้เข้าใจง่าย ไม่ได้อธิบายด้วยบทพูดเยอะ ๆ และไม่เคยคิดจะประนีประนอมกับคนเล่น แต่มันเลือกใช้วิธีที่ตรงไปตรงมาและโหดร้ายที่สุด คือ “ให้คุณรู้สึกเหมือน Senua” มากกว่าการแค่ดูเธอจากภายนอก การเล่าเรื่องที่ไม่ใช่เส้นตรง แต่คือสภาพจิตใจ โครงสร้างการเล่าเรื่องของ Hellblade II ไม่ได้เดินตามสูตรสามองก์ ไม่ได้มีจุดพีคแบบฮีโร่ และไม่ได้แบ่งชัดว่าตอนไหนคืออดีต ปัจจุบัน หรือภาพหลอน ทุกอย่างถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันจนผู้เล่นเริ่มไม่แน่ใจว่า สิ่งที่เห็นอยู่นั้นเกิดขึ้นจริง หรือเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความทรงจำที่แตกกระจาย นี่คือการเล่าเรื่องแบบ psychological narrative ที่ใช้